Organic Product คืออะไร ?

Last updated: Mar 5, 2020  |  2613 Views  |  บทความ

 Organic Product  คืออะไร  ?

ปัจจุบันมีคนจำนวนมากยังเข้าใจผิดกับคำว่า ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อยู่มากมาย หรือแม้กระทั่งยังไม่สามารถแยกได้ว่าความแตกต่างของ ผลิตภัณฑ์ทั้งสองแบบ คืออะไร บางทีเราเห็นผักที่ปลูกหลังบ้าน ไม่ใช้สารเคมี หรือ ผักกางมุ้ง เราก็เรียกว่า ออร์แกนิค แล้ว  ซึ่งในความเป็นจริง คำว่า ออร์แกนิค จะต้องมีมาตรฐานจากองค์กรณ์ต่างๆเข้ามากำหนดและวัดมาตรฐาน

โดยวันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังกันค่ะ  โดยจะขออธิบายตาม มาตรฐานขององค์กรณ์ Ecocert  ซึ่งเป็นองค์กรณ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่จัดตั้งเพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ในกลุ่มออร์แกนิค

โดยทางองค์กรณ์จะเป็นผู้กำกับ ตรวจสอบมาตรฐานทุกขั้นตอนในการผลิตสินค้าออร์แกนิค ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาสูตร กระบวนการผลิต กระบวนการบรรจุ เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนออกมาเป็นสินค้าที่ออกสู่ตลาดเลยค่ะ

คำว่า Natural และ  Organic นั้นจริงๆแล้วทั้งสองคำ เราสามารถใช้เรียกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติได้ ทั้งสองคำเลยค่ะ แต่จะมีความแตกต่างกันในเชิงของความบริสุทธ์ของสารสกัดค่ะ

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ หรือ Natural Product จะสามารถจำแนกได้ออกเป็น 2 ลักษณะ

  1. สารสกัดที่มาจากธรรมชาติ จะต้องได้มาจากธรรมชาติจริงๆ เช่น น้ำมันหอมระเหยต่างๆ น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันอื่นๆที่มาจากธรรมชาติจริงๆ
  2. สารสกัดจากธรรมชาติ ที่เกิดจากกระบวนการผลิต ซึ่งจะทำให้เกิดสารสกัดบางตัวที่ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่เกิดจากกระบวนการผลิต เรียกว่า (Natural Origin) เช่น สารประกอบในน้ำมันหอมระเหยบางชนิด ซึ่งจริงๆแล้วไม่ได้มีในธรรมชาติ แต่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตจากการกลั่นด้วยไอน้ำ เช่น สาร Chamazulene ซึ่งเป็นสารสกัดมีสีน้ำเงินที่เป็นสารสำคัญ  ในน้ำมันหอมระเหย German Chamomile ซึ่งจะเกิดขึ้นในกระบวนการกลั่นน้ำมันหอมระเหยด้วยไอน้ำเท่านั้น

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดออร์แกนิค หรือ Organic Product

เป็นสารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติเฉกเช่นเดียวกับสารสกัด Natural แต่จะต้องไม่ผ่านกระบวนการผลิตทางเคมีใดๆ และต้นกำเนิดของวัตถุดิบที่นำมาสกัดนั้นๆ  จะต้องไม่ผ่านการปลูกโดยใช้สารเคมี หรือใช้ปุ๋ยที่มีสารเคมี และจะต้องถูกปลูกในพื้นที่ๆ ปลอดสารเคมี 3 ปีขึ้นไปค่ะ

ดังนั้นการที่จะบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวนั้น หรือ สินค้าตัวนั้น เป็นแบบ Natural หรือ Organicให้เราดูจาก สารสกัดที่ใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์นั้นๆค่ะ ว่ามี มาตรฐานออร์แกนิกจากองค์กรณ์ไหน รับรองหรือปล่าว

 
โดยมาตรฐานการเคลมว่าเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค (Organic Product) เค้ากำหนดไว้ดังนี้
จะต้องมีส่วนผสมที่เป็นออร์แกนิคผสมอยู่มากกว่า 10% ขึ้นไป จึงจะสามารถเรียกว่าเป็น ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคได้ ซึ่งสารสกัดที่นำมาใช้จะต้อง เป็นสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีเจือปน และแหล่งต้นกำเนิดของสารสกัดนั้น จะต้องไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมีใดๆ และ จะต้องถูกปลูกในพื้นที่ที่ไม่มีสารเคมีเกิน 3 ปีขึ้นไป ซึ่งถ้าหากว่าผลิตภัณฑ์ใดต้องการรับรองจากองค์กรณ์ออร์แกนิคมาตรฐานสากลนั้น จะต้องทำตามเงื่อนไขปลีกย่อยๆ ตามข้อกำหนดมาตรฐานของแต่ละองค์กรณ์อีกด้วย เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐานจากองค์กรณ์ ECOCERT นั้น จะต้องมีส่วนผสมที่เป็น ออร์แกนิค ในปริมาณสัดส่วน 75% ขึ้นไป ส่วนถ้าเป็นองค์กรณ์มาตรฐานสูงๆอย่าง USDA ของทาง สหรัฐอเมริกา ผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีส่วนผสม ออร์แกนิค ขั้นต่ำ คือ 95% ขึ้นไปค่ะ

ซึ่งทาง บริษัท วีแกนนิก้า แลบโบราทอรี จำกัด ได้พัฒนา และ วิจัย ผลิตภัณฑ์ ออร์แกนิค โดยใช้ เทคโนโลยีขั้นสูง โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน ธรรมชาติบำบัด NATUROPATHIC SPECIALIST  เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคสู่ตลาดโลก ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบ ออร์แกนิค จากแหล่งที่ดีที่สุดของโลก พร้อมมีเอกสาร สารสกัด และใบ เซอร์รับรอง ทุกตัว เช่น USDA ECOCERT COSMOS ACO VEGAN HALAL



 USDA ORGANIC เป็นการรับรอง อาหาร และ ผลิตภัณฑ์ ที่เป็นออร์แกนิคของ ประเทศสหรัฐอเมริกา  โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ หน่วยงาน NOP (National Organic Program)

โดยมาตรฐาน USDA Organic เริ่มตั้งแต่การจัดการตรวจสอบพื้นที่ที่ใช้เพาะปลูกวัตถุดิบ จะต้องปลอดสารเคมี อย่างน้อย 3-5 ปี และจะต้องมีการเพาะปลูกโดยวิธีธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี และ ไม่ใช้เทคโนโลยี ดัดแปลงตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs)โดยเด็ดขาด
 
 
ECOCERT เป็นการรับรองผลิตภัณฑ์ หรือ สารสกัดออร์แกนิค โดยสถาบัน ECOCERT ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก เป็นหนึ่งในผู้นำของสถาบันรับรองมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากล

โดยผลิตภัณฑ์ หรือ สารสกัดที่ได้รับรองจากองค์กรณ์จะต้องผ่านขั้นตอนตรวจสอบที่เข้มงวดมาก ตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูก กระบวนการผลิต และ บรรจุ รวมไปถึงการควบคุมคุณภาพ และจะต้องมีการตรวจสอบทุกปี

ว่าวัคถุดิบที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้ จะต้องมีถิ่นกำเนิดจากธรรมชาติ และมาจาก ฟาร์มที่มีการใช้ระบบการเพาะปลูกอินทรีย์เท่านั้น
 
Australian Certified Organic (ACO)
เป็นการรับรอง โดยการออกใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และได้รับการยอมรับทั้งในออสเตรเลีย และ ตลาดสากล มีการดำเนินการในอุสหกรรมการเกษมอินทรย์นานกว่า 25 ปี
 
COSMOS (COSMetic Organic Standard)
เป็นมาตรฐานระดับโลก ที่ตรวจสอบเครื่องสำอางค์ออร์แกนิค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมการผลิตเครื่องสำอางค์ออร์แกนิก และส่งเสริมการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำเร็วรูปผ่านกระบวนการผลิตที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติและเกษตรอินทรีย์
 
Dermatologist Tested เป็นสัญลักษณ์ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยต่อผิว ว่าจะไม่ก่อให้เกิดการระคาย เป็นการทดสอบผ่านอาสาสมัครให้ทดลองทางวิทยาศาสตร์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้ ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง กับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย โดยทดสอบว่าจะมีโอกาสเกิดการแพ้น้อยกว่าปกติ และจะต้องปราศจากสารที่สามารถก่อให้เกิดอาการแพ้
 

Cruelty Free เป็นองกรณ์พิทักษ์และคุ้มครองสัตว์ จากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อออกใบรับรองบริษัทที่ไม่ได้ใช้สัตว์ในการทดลอง และวิจัยการพัฒนาสูตร โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ใบรับรองจะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียด

no animal testing เป็นตราที่กะรันตีว่า จะไม่มีการดำเนินการทดลองการผลิตสินค้ากับสัตว์ รวยถึงจะไม่มีการจ้างองค์กรภายนอกทำการทดลองกับสัตว์แทน

Vegan ผลิตภัณฑ์จะเป็นสินค้าที่ไม่มีส่วนผสมสารสกัดที่มาจากสัตว์ รวมถึงไม่มีการทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์ และไม่มีการว่าจ้างองกรณ์ภายนอกทำการทดลองกับสัตว์แทน

halal

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้บริโภคที่เป็นชาวมุสลิมกว่า 2000 ล้านคนทั่วโลก มาตรฐานฮาลาลจะต้องมีการปฎิบัติที่ถูกต้องตามบัญญัติของศาสนาอิสลาม ทั้งในด้านกระบวนการผลิต ตั้งแต่จัดสรรค์วัตถุดิบ แหล่งที่มา และการผลิต ไปจนกระทั่ง การบรรจุ และการเก็บรักษาโดยมีคณะกรรมการฝ่ายกิจการของฮาลาล

เป็นผู้ออกใบรับรองคุณภาพและสามารถนำเครื่องหมายฮาลาลไปใช้เพื่อพิมพ์ลงบรรจุภัณฑ์ หรือการประชาสัมพันธ์ได้

Powered by MakeWebEasy.com